เพิ่งพ้นโทษออกจากคุก หนุ่มก่อเหตุวิ่งราวซ้ำ อ้างแม่ป่วย
 


เพิ่งพ้นโทษออกจากคุก หนุ่มก่อเหตุวิ่งราวซ้ำ อ้างแม่ป่วย


Share |
เพิ่งพ้นโทษออกจากคุก หนุ่มก่อเหตุวิ่งราวซ้ำ อ้างแม่ป่วย

ตร.สน.ท่าข้าม นำกำลังล้อมจับโจ๋วัย 27 ที่เพิ่งออกจากคุกคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เหยื่อสาวย่านถนนพระราม 2 ในยามวิกาล อ้างหาเงินรักษาแม่ป่วย...

เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 29 เม.ย. พ.ต.อ.เชิดชาย สัตตบุศย์ ผกก.สน.ท่าข้าม พร้อม พ.ต.ท.ทศพล โชติคุตร์ รองผกก.ป.สน.ท่าข้าม และ พ.ต.ท.รัตน์เกล้า อาณานุการ สวป.สน.ท่าข้าม นำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจร่วมจับกุม นายนเรศ หรือตั้ม พรหมบุตร อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 3 ต.หนองนางนวล อ.หนองนางนวล จ.อุทัยธานี พร้อมของกลาง กรรไกร 1 อัน กระเป๋าสะพายสุภาพสตรีสีน้ำตาล 1 ใบ ไอโฟน 6 จำนวน 1 เครื่อง เงินสด 2,120 บาท บัตรประจำตัวประชาชนระบุชื่อ น.ส.ลัคนาภรณ์ แย้มผล อายุ 29 ปี และเอกสารสำคัญจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ฯ ผู้เสียหายขณะเดินข้ามสะพานลอยบริเวณหน้าศาลเจ้าแม่งูจงอาง ถนนพระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.

พ.ต.ท.ทศพล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.วันที่ 28 เม.ย.ขณะนำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจตราในพื้นที่ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ฯ ผู้เสียหายเพศหญิงบริเวณทางขึ้นสะพานลอยฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าแม่งูจงอาง ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่บนถนนพระราม 2 ขาออก ต่อมาคนร้ายได้วิ่งข้ามถนนหลบหนีไปทางฝั่งถนนพระราม 2 ขาเข้า โดยผู้เสียหายพยายามไล่ตามอย่างไม่ลดละ จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมในละแวกดังกล่าว จนพบนายนเรศ คนร้ายรายนี้แอบหนีไปซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องรถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งจอดอยู่ในซอยพระราม 2 จึงควบคุมตัวพร้อมกระเป๋าของกลางมาสอบสวน ในขณะเดียวกันก็เชิญผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยันได้อย่างถูกต้อง

จากการสอบสวนนายนเรศ ให้การยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2555 ถูกตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ศาลตัดสินจำคุกที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นาน 3 ปี 6 เดือน แต่เพิ่งได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวออกมาเมื่อวันที่ 21 เม.ย. จากนั้นจึงเดินทางกลับไปที่บ้านเกิด จ.อุทัยธานี พบแม่บังเกิดเกล้ากำลังป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคกระเพาะ ต้องเสียเงินจำนวนมากเป็นค่ายารักษาตัวที่ รพ.หนองฉาง ทุกเดือน ด้วยวุฒิที่มีติดตัวแค่ ม.3 ไม่รู้จะช่วยเหลือแม่อย่างไร เมื่อวันที่ 27 เม.ย. จึงตัดสินใจกำเงินที่มีติดตัวอยู่ 120 บาท นั่งรถประจำทางเข้ากรุงเทพฯ มาลงย่านพระราม 2 หวังจะมาหางานก่อสร้างทำ และมาตามหาเพื่อนชื่ออั้น ที่เพิ่งออกจากคุกด้วยกัน โดยอาศัยหลับนอนบริเวณป้ายรถเมล์เป็นเวลา 1 คืน กระทั่งใช้เงินที่มีอยู่ซื้อข้าวซื้อน้ำกินจนหมดไม่เหลือสักบาท

"จังหวะที่เห็นผู้เสียหายสะพายกระเป๋าลงจากรถเมล์บริเวณป้ายฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าแม่งูจงอาง และกำลังเดินเท้าขึ้นสะพานลอยข้ามฝั่งไป เลยเกิดอยากได้เงินไว้ใช้ จึงเดินเข้าไปประกบจากทางด้านหลัง แล้วใช้กรรไกรที่นำติดตัวมาด้วยตัดสายกระเป๋าชิงทรัพย์ของเหยื่อมา แล้วเสี่ยงตายวิ่งข้ามถนนเพื่อหลบหนี แต่ผู้เสียหายยังวิ่งข้ามสะพานลอยติดตามร้องให้คนช่วย กระทั่งตำรวจและพลเมืองดีร่วมกันล้อมจับกุมตัวได้ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร" นายนเรศกล่าว




Copyright (c) 2010 munjeed.com All rights reserved.
ติดต่อสอบถาม Webmaster :[email protected]