เฝ้าระวัง ไข้มาลาเรีย หน้าฝน ครึ่งปีป่วยแล้วกว่าหมื่นคน
 


เฝ้าระวัง ไข้มาลาเรีย หน้าฝน ครึ่งปีป่วยแล้วกว่าหมื่นคน


Share |
เฝ้าระวัง ไข้มาลาเรีย หน้าฝน ครึ่งปีป่วยแล้วกว่าหมื่นคน

สธ.เฝ้าระวัง ไข้มาลาเรีย หน้าฝน หลังพบแนวโน้มในภาคอีสานมากขึ้น ครึ่งปีแรกพบผู้ป่วยแล้วกว่า 10,000 ราย ขณะที่อุบลฯ พบผู้ป่วย 84% ของภาคอีสาน เตือนคนหาของป่า ทำสวนยางกลางคืน ป้องกันตัวเอง หากมีไข้หนาวสั่น รีบพบแพทย์ทันที...

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.57 นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ สธ.ได้เฝ้าระวังโรคที่พบมากในฤดูฝน ซึ่งมีปริมาณยุงชุกชุมกว่าฤดูอื่น ซึ่งโรคที่น่าห่วงคือ โรคไข้มาลาเรีย โดยสถิติตั้งแต่ 1 ม.ค.-13 มิ.ย.57 มีผู้ป่วยทั่วประเทศ 11,036 ราย มากที่สุดภาคใต้ 3,745 ราย รองลงมา ภาคเหนือ 2,946 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2,837 ราย ต่ำที่สุด ภาคกลาง 1,508 ราย ขณะที่จังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับ คือ อุบลราชธานี ตาก ยะลา สงขลา และกาญจนบุรี ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า แนวโน้มของโรคมาลาเรียจะพบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น โดยเฉพาะอุบลราชธานีจังหวัดเดียวพบ 2,384 ราย คิดเป็นร้อยะ 84 ของทั้งภาค สูงกว่าปี 2556 กว่า 8 เท่าตัว ที่พบผู้ป่วยเพียง 289 ราย ส่วนอาชีพในกลุ่มผู้ป่วยคือ การหาของป่า ล่าสัตว์

นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้กรมควบคุมโรค และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรค เฝ้าระวังโรคมาลาเรียในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและเข้มข้น โดยเฉพาะพื้นที่เป็นสวนยาง สวนผลไม้ หรือผู้ที่มีอาชีพเก็บของป่า เสี่ยงถูกยุงก้นปล่องตัวการแพร่เชื้อมาลาเรียกัดได้ และจัดระบบการตรวจและรักษาผู้ป่วยให้รวดเร็วลดอาการรุนแรง ซึ่งโรคนี้มียารักษาในโรงพยาบาลทุกแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ประชาชนยังไม่ค่อยตระหนักถึงโรคนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน จึงไม่มีการป้องกันยุงก้นปล่องกัดเมื่อเจ็บป่วยก็ไม่ได้คิดว่าป่วยจากไข้มาลาเรีย จึงมักไม่ไปตรวจรักษา ทำให้อาการรุนแรง เสี่ยงเสียชีวิตได้

ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า โรคมาลาเรียเป็นโรคติดต่อประจำถิ่นในประเทศเขตร้อน โดยมียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค เชื้อที่พบในไทยมี 4 ชนิด ที่ตรวจพบมากในปีนี้ คือ พลาสโมเดียม ไวแวกซ์ (Plasmodium Vivax) พบได้ร้อยละ 48 รองลงมาคือชนิดพลาสโมเดียม ฟาลซิฟารั่ม (Plasmodium Falciparum) พบร้อยละ 38 อาการป่วยจะปรากฏหลังถูกยุงกัด 10-14 วัน ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงที่เรียกว่ามาลาเรียขึ้นสมอง คือปวดศีรษะรุนแรง ตับโต น้ำตาลในเลือดต่ำ ไตวาย และเสียชีวิตได้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อมาลาเรีย จะมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ และหากป่วยด้วยโรคนี้ครั้งแรกจะมีอาการรุนแรง เนื่องจากยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อมาลาเรีย แต่หากติดเชื้อซ้ำอีกครั้ง อาการมักจะไม่รุนแรง

นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า พื้นที่แพร่เชื้อมาลาเรียของประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่บริเวณชายแดน ป่าเขา พื้นที่สวนต่างๆ ประชาชนควรป้องกันอย่าให้ยุงกัด โดยยุงก้นปล่องจะออกหากินเวลากลางคืน ฉะนั้นประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ หรือผู้ที่เดินทางไปพักค้างคืนในพื้นที่ดังกล่าว ควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด นอนในมุ้ง ทายากันยุง เป็นต้น ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้กินยาป้องกันล่วงหน้า เนื่องจากไม่มีผลในการป้องกัน ภายหลังกลับจากป่า ถ้ามีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ขอให้นึกถึงโรคมาลาเรีย ต้องรีบพบแพทย์รักษาทันที.




Copyright (c) 2010 munjeed.com All rights reserved.
ติดต่อสอบถาม Webmaster :munjeed@yahoo.com